มะเร็งอัณฑะ…สาระดีๆที่ท่านชายไม่ควรพลาด

จั่วหัวเรื่องไว้ว่ามะเร็งอัณฑะแน่นอนว่าเรื่องที่เราจะกล่าวถึงกันต่อไปนี้เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับคุณผู้ชายโดยเฉพาะ   โรคมะเร็งอัณฑะเป็นโรคที่อาจพบไม่บ่อยเท่ามะเร็งชนิดอื่น แต่ขึ้นชื่อว่ามะเร็งก็เป็นโรคที่ไม่มีใครปรารถนาอยากจะเป็น เกริ่นเริ่มต้นกันมาเสียขนาดนี้แล้วผู้อ่านคงอยากจะอยากทราบถึงสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และวิธีลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกันแล้วใช่ไหมคะ ก่อนจะกล่าวถึงเรื่องเหล่านั้นเรามารู้จักอัณฑะกันก่อนค่ะ

5.1

อัณฑะเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชาย มีตำแหน่งอยู่ข้างองคชาติซ้ายขวาทำหน้าที่ผลิตอสุจิและเป็นตัวสร้างฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย

โรคมะเร็งอัณฑะมีตำแหน่งการเกิดอย่ที่เนื้อเยื่อหุ้มลูกอัณฑ พบได้บ่อยในหมู่ผู้ชายอายุน้อยๆวัยเจริญพันธุ์ซึ่งก็ได้แก่หนุ่มๆวัยรุ่นทั้งหลาย ตั้งแต่ช่วงอายุ 15- 35 ปี แต่มีอัตราการเกิดน้อยเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ โรคนี้สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ 2 ชนิด คือ ชนิดเซมิโนกาและชนิดเซมิโนมา

ควรพบแพทย์เมื่อใด?

การหมั่นสังเกตความผิดปกติบริเวณอัณฑะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพราะปัจจุบันยังไม่มีวิธีการแน่นอนจะที่ตรวจมะเร็งอัณฑะตั้งแต่ยังไม่มีอาการ แต่มีงานวิจัยระบุว่าการทำให้อัณฑะลงในถุงตั้งแต่ก่อนช่วงวัยรุ่นจะลดอัตราการเกิดมะเร็งอัณฑะลงได้

สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเป็นมะเร็งอัณฑะ

  • คลำพบก้อนเนื้อตรงบริเวณถุงอัณฑะแต่ไม่มีอาการปวด
  • อัณฑะบวม
  • อาจรู้สึกหน่วงๆที่ถุงอัณฑะ อาจเป็นได้ทั้งสองข้างหรือข้างเดียว
  • เจ็บปวดตรงอัณฑะอย่างเฉียบพลัน
  • อัณฑะแข็ง
  • เต้านมโตคล้ายผู้หญิง

5.2

การวินิจฉัยโรคทำได้อย่างไร?

  • สำหรับการตรวจร่างกายภายนอกนั้น แพทย์จะทำการตรวจโดยคลำหาก้อนเนื้อในบริเวณอัณฑะ หากคลำไม่พบก็จะมีการอัลตร้าซาวน์ การทำ CT SCAN ร่วมด้วย
  • ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจหาผลในห้องปฏิบัติการ ต่วิธีนี้มักไม่เป็นที่นิยมเพราะการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจอาจส่งผลให้เซลล์มะเร็งมีการแพร่กระจายลุกลามได้
  • หากทราบผลว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งอัณฑะจริงจะมีการติดตามผลเพื่อดูระยะของโรคทั้งนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์เป็นสำคัญว่าจะทำการรักษาต่อไปด้วยวิธีการใด

ระยะของโรคมะเร็งอัณฑะ แบ่งได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 เซลล์มะเร็งมีจุดกำเนิดอยู่แต่ในอัณฑะ

ระยะที่ 2 โรคมีการแพร่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลือง

ระยะที่ 3 โรคแพร่กระจายเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองและลุกลามเข้ากระแสโลหิต

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้แก่อะไรบ้าง?

  • พฤติกรรมการกินอาหาร โดยกินอาหารที่มีการฉีดหรือเลี้ยงสัตว์นั้นๆ ด้วยฮอร์โมนเป็นเวลานาน
  • เกิดจากพันธุกรรมซึ่งอาจมีประวัติคนภายในครอบครัวเคยเป็นโรคมะเร็งอัณฑะมาก่อน ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นสูง
  • การคลุกคลีอยู่กับสารเคมีเป็นระยะเวลานานๆ เช่น สารเคมีอย่างเบนซิน
  • ในผู้ที่เคยเปนมะเร็งอัณฑะข้างเดียวมาก่อนก็มีดอกาสที่จะเกิดมะเร็งอัณฑะอีกข้างได้ในภายหลัง
  • การได้รับรังสีของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปริมาณเยอะติดต่อกันเป็นเวลานาน

5.3

ผลเสียที่เกิดขึ้นเมื่อเป็นมะเร็งอัณฑะ

  • มีบุตรยาก
  • ร่างกายไม่ผลิตตัวอสุจิหรือผลิตได้น้อยทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง

มะเร็งอัณฑะมีวิธีการรักษาอย่างไร ?

วิธีรักษาโรคมะเร็งอัณฑะมี 2 ทางเลือก ก็คือ รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน หรือ แพทย์แผนจีน วิธีการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันมีดังนี้

  • โดยวิธีการผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อมะเร็งออก
  • โดยวิธีการทำเคมีบำบัดหลังการผ่าตัด
  • โดยวิธีการฉายรังสี

สำหรับวิธีการรักษาแบบการแพทย์แผนจีนเป็นการรักษาแบบทางเลือกวิธีการคือสวนเข้าไปทางหลอดเลือดแดงเพื่อทำการสร้างความสมดุลและสร้างการภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งการรักษาแบบนี้จะสามารถช่วยควบคุมโรค ไม่ให้เซลล์มะเร็งเกิดการพัฒนาต่อไปในระดับที่สูงมากขึ้นนั่นเอง

การดูแลตัวเองของผู้ป่วย

ควรงดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาดและควรรับประทานอาหารที่ให้พลังงานโดยเฉพาะอาหารโดยหมู่โปรตีนเพื่อนำมาฟื้นฟูซ่อมแซมร่างกายหลังเกิดอาการป่วย ในด้านจิตใจควรพยายามทำจิตใจให้สบายเพื่อไม่ให้เกิดภาวะความเครียด ต้องส้รางความเข้มแข็งทางด้านจิตใจเพราะการมีจิตใจที่เข้มแข็งจะช่วยให้มีกำลังต่อสู้กับโรค พยายามสร้างสภาวะรอบตัวให้เหมาะกับการพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายให้มากที่สุดหลีกหนีจากความวุ่นวายที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียดได้

Leave a Reply